6 ธันวาคม 2022
เรื่องสุขภาพ-22-9-65

“หัวใจ” เป็นเรื่องภายในที่ต้องได้รับการใส่ใจดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้หัวใจสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ญ.ณหทัย ฉัตรสิงห์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ ศูนย์โรคหัวใจและทรวงอกโรงพยาบาลนวเวช ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคหัวใจความสำคัญของการตรวจสุขภาพหัวใจ รูปแบบการตรวจ รวมไปถึงแนวทางในการป้องกันและดูแลเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

เรื่องสุขภาพ-22-9-65

การตรวจสุขภาพหัวใจมีความสำคัญอย่างไร

หัวใจเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งหัวใจเป็นอวัยวะที่ต้องทำงานตลอดเวลา เมื่อเวลาผ่านไปการทำงานของหัวใจก็จะเริ่มเสื่อมลง ซึ่งอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจนับเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกมาโดยตลอด ดังนั้น การตรวจสุขภาพหัวใจจึงมีความจำเป็น เพื่อค้นพบปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและรักษาก่อนที่จะมีอาการรุนแรง

การตรวจสุขภาพหัวใจมีกี่ประเภท

การตรวจสุขภาพหัวใจ เครื่องมือแรก คือ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography: EKG, ECG) เป็นการตรวจคัดกรองที่ง่าย ไม่มีความเจ็บปวด สะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 5 นาที โดยใช้วิธีการติดแผ่น Electrodeที่หน้าอก เพื่อจับสัญญาณไฟฟ้าที่ออกจากหัวใจ ผลของการตรวจจะบันทึกออกมาในรูปแบบของกราฟแสดงคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจชนิดนี้สามารถบอกภาวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะบางชนิด บอกลักษณะเส้นเลือดหัวใจที่ตีบ หรือลักษณะโครงสร้างหัวใจที่ผิดปกติได้การเดินสายพาน หรือเรียกย่อๆ ว่าEST (Exercise Stress Test) เป็นวิธีการตรวจที่ให้ผู้ตรวจออกกำลังกาย พร้อมทั้งติดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยจะสามารถประเมินสมรรถภาพของหัวใจ ความแข็งแรงของร่างกาย คัดกรองเส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะระหว่างการออกกำลังกาย หรือดูความดันโลหิตสูงระหว่างการออกกำลังกายที่อาจจะเป็นข้อห้ามของการออกกำลังกายได้

การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ หรืออัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram)เป็นการตรวจโดยใช้คลื่นเสียง เพื่อดูการทำงานของหัวใจ จะเห็นลักษณะหัวใจ ขนาดหัวใจ การบีบตัว การคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ และเยื่อหุ้มหัวใจ โดยการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจใช้เวลาสั้นๆ ประมาณ 15-30นาที ไม่มีอันตราย และไม่มีความเจ็บปวด

การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อหาแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Scan ; CAC) เพื่อดูแคลเซียมในผนังของเส้นเลือดหัวใจ เป็นการตรวจวิธีใหม่ ซึ่งการตรวจทำได้ง่ายใช้เวลาประมาณ 15 นาทีไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องเจาะเลือดไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี หลักการคือ ถ้าเส้นเลือดหัวใจเริ่มมีความเสื่อมจะเกิดการอักเสบและเกิดลักษณะคล้ายแผลเป็นที่เรียกว่า “แคลเซียม” ดังนั้น ถ้ายังไม่พบแคลเซียมในเส้นเลือดหัวใจโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจน้อยกว่า 1%ใน 10 ปี ซึ่งถือว่าต่ำมาก ดังนั้น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จะใช้ตรวจในคนที่มีความเสี่ยงกับการเกิดโรคหัวใจที่ต้องการดูว่าจำเป็นที่ต้องรักษา หรือป้องกันการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจ

ควรป้องกัน และดูแลรักษาไม่ให้เกิดโรคหัวใจอย่างไร

โรคหัวใจ เป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาได้ โดยการป้องกันการเกิดโรคหัวใจต้องเริ่มจากการดูแลสุขภาพ ตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนให้เพียงพอการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดการสูบบุหรี่ และพยายามควบคุมโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต และไขมันในเลือดสูง ซึ่งโรคหัวใจรักษาได้ ถ้ามาตรวจคัดกรองสุขภาพหัวใจก่อนที่จะมีอาการรุนแรง และสามารถช่วยดูแลหัวใจให้แข็งแรงไปนานๆ